วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ก้าวแรกสู่วิศวกร ตอน รู้จักวิศวกร วิศวกรรมปี 1เรียนอะไรบ้าง

                
รู้จักวิศวกร


   ปัจจุบันความเจริญของเมืองมหานครขนาดใหญ่และความก้าวหน้าของวงการเทคโนโลยี คนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จคือ วิศวกรมืออาชีพครับ หลายๆคนคงจะได้ดูรายการกบนอกกะลา ตอนกว่าจะเป็นวิศวกรแล้วนะครับ แต่รายการยังขาดเนื้อหาเชิงลึกอยู่มาก หมายความว่าไงหรอเชิงลึก อ้อก็ไม่ตื้นนะสิเธอ(โห มรึงตอบได้ดีเลยหนะ ชนิดที่ว่าอารมณ์กุพุ่งพรวดราวกับพระอาทิตย์ดูสาวโคโยตี้ แล้วเต้นจังหวะรำวงมาตราฐาน ลาวแสงเดือนเป็นเดือนส่องหล้า ยามใบหน้า.... เป็นเพลงประจำใจเลยนะเออ ) ผมจะนำการเรียน การสอนของว่าที่นักศึกษาวิศวกรรมมาเล่าอย่างละเอียดเลยละครับว่าเรียนอะไรบ้าง จะหนัก จะหนา จะยาก จะปวดหัว ตัวร้อน เหมือนหนังโคนันกับเคนดะอิจิแนวสืบสวนรึป่าวติดตามกันต่อไปครับ
                        ก่อนอื่นปัจจุบันวงการเทคโนโลยีได้มีการเปลี่ยนแปลงไปมากดังนั้น ภาคตลาดแรงงานต้องการวิศวกรมากนะครับ เคยคิดไหมครับว่าโรงงานเดียวหนะจะมีวิศวกรกี่คน ผมขอบอกว่าเยอะเหมือนมดแดงกำลังทำรังเลยละ ยกตัวอย่างเช่น อุตสาหากรรมการผลิตรถยนตร์จะมีวิศวกรประมาณสองถึงสามคนต่อ 1แท่นการผลิต รายละเอียดจะเยอะมาก ต้องช่วยกันดูไม่นั้นขับๆไปล้อหลุดเหมือนแถวบ้านละยุ่งเลย กว่าจะได้รถยนตร์สักคันไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ ต้องประกอบไปด้วยวิศวกรหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นเครื่องกล ควบคุมเกี่ยวกับถังน้ำมันเอย ลูกสูบ ตัวเครื่อง ล้อรถ แอร์รถยนตร์ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับยานยนตร์การเคลื่อนที่หรือความร้อน ส่วนแมคคาทรอนิกส์จะเป็นเสมือนผู้ช่วยในการหยิบจับอุปกรณ์ประกอบ ดังนั้นทำงานคนเดียวไม่ได้นะครับ ต้องทำกันเป็นทีม แล้วรู้ไหมละครับว่าทำไมวิศวกรค่าตัวถึงแพง ลองคิดง่ายๆนะ เคยเห็น C คาร์บอนไหมถ้าคนธรรมดาจะนำมาเป็นฟืนก่อไฟไล่ยุง ทำแกร์ไฟต์ไส้ดินสอดำ แต่วิศวกรที่มีความรู้จะนำ C คาร์บอนเหล่านั้นมาผ่านกระบวนการเพิ่มอุณหภูมิสูงถึง 2,760 องศาเซลเซียส และความดันสูงประมาณ 100,000 บรรยากาศ ทำได้นะครับแต่จะเสียค่าใช้จ่ายเยอะเลยทีเดียว เห็นไหมครับว่าวิศวกรสามารถเปลี่ยนวัสดุและทำให้วัตถุที่มีค่าน้อยๆมาเป็นวัสดุที่มีราคาได้อย่างไม่น่าเชื่อใช่ไหมล่ะ 




เรียนอะไรบ้าง วิศวะ ปีหนึ่ง
             คำถามยอดฮิตอีกแล้วคงติดโพลกรุงเทพโพลอีกแล้วละ จะขอไล่เป็นวิชาก็แล้วกันนะครับ เพื่อความสบายใจของผม ฮาๆๆ


Engineering Mathematic หรือคณิตวิศวกรรม
           ฟังดูแล้วมันคืออะไรแคลคูลัสรึป่าว มันก็เรียนคล้ายๆกันนะครับ แต่ของวิศวะแล้วจะนำไปใช้ประโยชน์ซะมากกว่ามานั่งพิสูจน์ แล้วมันยังไงละ วิศวะลาดกระบังจะเรียน math 3 ตัว เป็นอย่างต่ำจะมีก็ไฟฟ้า โยธาที่เรียน แอดวานต่างออกไปนะอาจจะมีภาคอื่นแต่ผมจำไม่ได้นะ  ใครจะเรียนลาดกระบังเนื้อหา ENG ล้วนๆครับ ถูกแล้วครับไม่มีภาษาประจำชาติเราเลยครับ ม.ปลายที่เรียนมาสูงสุดสัมพัทธ์ อะไรต่อมิอะไรจะได้ฟื้นฟูภาษากับพัฒนาทักษะด้านคำนวณอีกครั้งเพราะว่า ภาษาไทยไม่ค่อยรู้ครับเนื่องจากใช้ ENG จะมีแต่ Local max local min gobal max gobal min เยอะแยะมากมาย ต่อไปมาพูดถึงแมท 1 ก่อนละกัน แมท 1 จะเรียนจะมีคะแนนเก็บ การบ้านโดยโจทย์เป็นENGแต่ข้อสอบเป็นไทยงงไหม ลองคิดดูว่าเราอ่านหนังสือเป็น ENG เจอข้อสอบไทย บางทีก็สับสนนะครับเพราะไม่คุ้นคำ แต่แนวโจทย์จะคล้ายกับการบ้าน บางคนบอกโห มีการบ้านง่ายไปไหมการบ้านแค่คะแนนช่วยเล็กๆน้อยแต่แฝงด้วยการฝึกฝนประสบการณ์ของเรานะครับ ส่วนใหญ่คะแนนมาจากสอบถึง 80เปอร์เซนต์ ตอนสอบบางคนได้ 4เต็ม 35 คะแนน จะโหดไปไหนช่ายไหมละ นั่นไงเขาถึงมีคะแนนช่วยเล็กๆน้อยๆ  ธรรมดาของวิศวะครับ ส่วนเนื้อหาแมท 1 ก็จะเรียนการดิพ อินเกรตพื้นๆชั้นเดียวแต่จะมีเรื่องใหม่เข้ามาให้เราได้ปวดหัวเช่นเรื่อง by past SUB หรือการแทนค่าเมื่อตัวอินทิเกรตไม่ตรงกัน การหาพื้นที่หรือปริมาตรโดยใช้การอินทเกรตจะซับซ้อนและยากหน่อย ใช้ความเข้าใจมากกว่าจำสูตรเป็นหลักครับ เรียนแมท 1 จะได้รู้หลายอย่างเลยนะเกี่ยวกับกฏของธรรมชาติคล้ายฟิสิกส์เรื่องกลศาสตร์การเคลื่อนที่เกี่ยวกับ ความเร็ว ความเร่ง เรื่องงาน มีหมด จะได้หายสงสัยสักทีว่าดิพ sine ทำไมได้ cos และจะจบเรื่องสุดท้ายที่ซีรี่หรืออนุกรมที่เราเรียนตอนม ปลายแต่นี่จะนำการดิพอินทิเกรตเข้ามาใช้ประโยชน์ในการหา ต่อไปแมท 2 จะเพิ่มความหินเข้าไปอีกเพราะแมท2จะเรียนเกี่ยวกับ contour หรือเส้นความสูง ที่พวกกรมอุตุถ่ายจากดาวเทียม การอินทิเกรตตามเส้น จะเพิ่มระบบสามมิติของระนาบเหมือนโรงหนังสยามเลยละ แมท 2จะยากที่complexหรือ จำนวนเชิงซ้อนใครที่เรียนไฟฟ้าจะได้ใช้เยอะมากๆครับเกี่ยวกับลาปาส complex เป็นบทที่ยากอีกบทหนึ่ง บางทีความเข้าใจก็ช่วยไม่ได้ถ้าไม่ฝึกประสบการณ์เพราะโจทย์หลายแนวมาก ยิ่งไอบทที่ Rotation(การหมุน) Translation(การเลื่อน) อะไรเนี่ย สอนอะไรมากองไว้ตรงนั้นแหละเหมือนกับแม่ค้าขายมังคุคกิโลละ 10บาทเลยละ  ต่อไปแมท 3 เด๋วยังไม่เรียนครับไว้ค่อยอัพให้อ่านละกานครับ

วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ก้าวแรกสู่วิศวกร ตอน ปีหนึ่งวิศวกรรมสำคัญไฉน

                          มาถึงตอนนี้แล้วนะครับ ขอบคุณสำหรับท่านผู้อ่านนะครับ คงนึกในใจแล้วละซิว่า มันเขียนอะไรของมัน บ่นอะไรของมัน แม่งซากอ้อยกล้วยตาก ลากแลน แมนจู จู๋ใหญ๋ จูเล็กไม่เกี่ยวละ  ทีนี้มาถึงจุดคลายแม็กของชีวิตแล้วนะครับ กับตอน ปีหนึ่งวิศวกรรมสำคัญไฉน
                        สำหรับใครหลายๆคนที่มีโอกาสได้เรียนวิศวกรรมและได้อ่าน ก้าวแรกสู่วิศวกรของผมทั้งตอนรายงานตัวและการประชุมเชียร์ ทำให้รู้ว่าแดดมันสามารถทำให้อุณภูมิในร่างกายขยายตัวหลอดเลือดขยายตัว น้ำบริสุทธิ์ถูกกลั่นกรองแล้วผสมกับ NACI ในร่างกายเราจนร่างกายต้องการระบายความร้อนออกมาในรูปของของเหลวที่มีความเค็มเหมือนทะเล  ส่งผลให้เกิดอาการเป็นลมแดดได้ แต่นั่นร่างกาย จิตใจสิที่เป็นของเรา เรียน ร ด ไหม อิอิ  และการประชุมเชียร์เป็นพิธีสำคัญของการฝึกว่าที่วิศวกรจะต้องทำงานในทุกสถานการณ์ ทุกความกดดัน ต่อไปนี้ผมจะขอเล่าความสำคัญของ การเป็นปีหนึ่งและหวังว่าท่านคงได้ข้อคิดนะครับ
                        เหตุผลอะไรหรอ เธอตอบฉันสิ เดี๋ยวปัด...เลย  คงมีหลายๆท่านปุจฉากับผมว่า ทำไมปีหนึ่งถึงมีความสำคัญมากขนาดนี้ วิสัจนา แม่งดูอิกคิวมากไปป่าว สาด ไปวัดอังคะกุจิมาเรอะ คือว่า ปีหนึ่งเป็นปีที่ต้องปรับตัวหลายอย่าง เหมือนจิ้งจกที่ต้องเปลี่ยนสีในทางชีววิทยา ไม่ว่าจะเป็นการจากบ้านมาอยู่หอ การใช้ชีวิต สำมะเรเทเมา เฝ้าสาว ยาวๆกันไป การอ่านหนังสือที่ต้องแบ่งเวลาอ่านเพราะเนื้อหาอย่างกับนิยายแอร์รี่ พอตเตอร์ 3เล่มมารวมกันแถมบางวิชาพันธมิตรก็พากษ์ไทยไม่ได้ แม่เจ้าแม่ง ENG ล้วนๆ   และที่สำคัญการเรียนนะ คือพูดง่ายๆ มรึงต้องทำเองทุกอย่าง ok  การเรียนในมหาลัยส่วนใหญ่เรียนกันเป็นกลุ่มนะครับ เพราะอะไรนั่นเหรอครับ ก็เพราะว่าหากเราไม่ได้เข้าเรียนเราก็สามารถ ถามเพื่อนถึง เนื้อหาและขอแลกเชอร์เพื่อนมาทำความเข้าใจถึงขอบเขตของการออกข้อสอบ ปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันครับ เก่งชีวะปะเนี่ย รู้มากจัง เก่งครับแต่สอบแม่งตกทุกครั้ง บางคนถนัดวิชานี้ บางคนถนัดวิชาโน้น ใครถนัดอะไรก็มาติวกันดีกว่าครับ ได้ช่วยเพื่อน สอนเพื่อนและถือเป็นการทบทวนไปในตัวนะครับ อย่ากั๊กข้อสอบนะครับ เตือน มีอะไรรู้อะไรบอกแม่งให้หมด เลย ไม่ต้องกลัวว่า เราได้คะแนนสูงเพื่อนได้คะแนนต่ำ เกรด จะออกมาดี ถ้าคิดอย่างนี้เลิกเถอะครับ เดี๋ยวโดนกับตัวเองแล้วจะเจ็บกว่าเยอะนะครับ  คนเห็นแก่ตัว คนเห็นแก่ได้มีเยอะแล้ว ลาดกระบังไม่ต้องการครับ  ต้องการคน IQ และ EQ ดีครับ ผมใช้คำว่าและนะครับ  ส่วนการตัดเกรดบางวิชาจะตัดตามเกณฑ์คะแนนที่อาจารย์ได้วางไว้ บางวิชาตัดตาม ค่า Meant หรือ ค่าเฉลี่ย นะครับ  ค่า Meant ทำให้บางคนเห็นแก่ตัวครับ เพราะคิดว่าถ้าเราได้คะแนนสูงๆ แล้วเพื่อนได้น้อย ก็จะทำให้เราได้เปรียบกว่า ความคิดแบบนี้ มันจริงในทางปฏิบัติ แต่เหี้ยในทางจริยธรรมและคุณธรรม อาจจะทำให้คนๆนั้นถูกมองจากเพื่อนด้วยสายตาเหมือนเรยามองคุณใหญ่นะครับและที่สำคัญ หากเรียนเก่งแต่ไม่มีเพื่อนคบ ไม่มีเส้นสาย ก็ยากที่จะได้รับโอกาสในการเข้าทำงาน เพราะสังคมตอนนี้ต้องการรับคนที่ช่วยเหลือสังคมไม่ใช่คอรัปชั่นนะครับ วิศวกรไม่ได้มีแค่คนเดียวนะครับ เราทำงานเป็นทีมเวิกร์ประหนึ่งสองหัวดีกว่าหัวเดียวใช่ไหมละครับ
                           เหตุผลต่อมาที่ผมจะกล่าวเป็นเหตุผลที่สำคัญอีกเช่นกัน เบื่อไหมครับ อ่านมาถึงตรงนี้ ผมขอเน้นเนื้อหาก่อนนะครับ เดี๋ยวตอนหลังจะเอาให้ฮา ขี้แตก ขี้แตน แมนออฟเดอะอินจิเนียรฺริ่ง NO ลูกกลิ้งโคโลน์ไปเลยละครับ เหตุผลที่เด็กหลายคนเข้ามาแล้วรู้สึกไม่ชอบ ไม่ถูกใจ หรือถูกใจแต่เรียนไม่ไหว หรือเข้ามาเพราะชื่อมหาลัยดัง หลากหลายคำตอบแต่หนึ่งคำถามนะครับ  ถ้าเข้ามาแล้วไม่ชอบ อย่าฝืนนะครับ ทำไมหรอ ก็เพราะเมื่อเราจบไปแต่เราไม่ชอบเราจะต้องทำงานทั้งชีวิต สู้เสียเวลาปีสองปีกับคณะที่ชอบ และทำงานที่เรารักจะทำให้เรามีความสุขกว่านะครับ  แถมวิศวะเรียนยากมากครับ ตรงขัยนดูตำราบ่อยๆและใช้ความเข้าใจเป็นหลักครับ
                           สำหรับการเรียนมหาลัยแล้วเป็นการวัดศักยภาพส่วนบุคคลเลยละครับ ม ปลายแค่หลอกๆ ทำ Mapping ระบายสี ลายมือสวยๆก็ได้คะแนนแล้วครับ ตอนผมเข้าใหม่ๆก็รู้สึกว่าตัวเองจะด้อยมากครับ เกรดผมตอน ม ปลายน้อย เหมือนกับมดแดง มดดำ มดเขียว มดเอ็กซ์เลยละ เมื่อเทียบกับเพื่อนคนอื่นๆ แต่ผมไม่กลัวเสียฟอร์มหรอกครับ ผมไม่รู้ก็ถามแม่งข้างๆนั่นแหละ รุจักหรือไม่ กุถามหมดละ เด๋วก็รุจักเองได้เพื่อนเพิ่มอีกละ อิอิ ก็มรึงไม่ได้จับฉลากเข้านี่หว่า น่าจะตอบกุได้นะ ไอฉิบหายกุเสือกได้คำถามแทนคำตอบอิอิ สรุปแล้วมันถามกุตอบไหมเนี่ย เห้อ เศ้ราใจ ถ้าไม่รู้ตรงไหนถามเลยนะครับ อย่าปล่อยไว้ให้แครงใจเดี๋ยวจะมีคำถามตอนสอบนะ เนื้อหามันก็ยากขึ้นเรื่อยๆนะครับ  แต่เชื่อไหมละครับ เกรด ผมมปลาย ไม่ถึงสามด้วยซ้ำผมต้องนั่งติว Engineering Mathematic หรือคณิตวิศวกรรมให้เพื่อนเกรดเกือบสี่ เพราะฉะนั้น ไม่ต้องไปกลัวครับ ผมกับเพื่อนถนัดคนละอย่างกัน ผมถนัดคำนวณ ส่วนมากผมจะเป็นติวเตอร์ให้เพื่อนด้านคำนวณ ผมติวกันกลุ่มเล็กๆครับสลับกันติวแต่ละวิชา แต่เพื่อนผมจะเก่งการเขียนโปรแกรมและการดีไซน์ใน วิชา Engineering Darwing หรือการเขียนแบบวิศวกรรม มากเพราะฉะนั้นเราต้องพึ่งพาอาศัยกันดีกว่าเก็บไว้คนเดียวนะครับ สังคมจะได้น่าอยู่
                         ฟิสิกส์ เคมี แคลคูลัส เรียนเหมือน ม ปลายไหมครับ พี่ เป็นคำถามที่ดีมากครับ ถ้านำไป เซิสร์ Google คงจะเป็นคำถามติดโพลสวนดุสิตโพลชัวร์ครับ Google  จะได้รายได้จากการเซสร์ เอนจิ้นแต่ละไตรมาสเพิ่มมหาศาลเลยละครับ
                       ฟิสิกส์ เคมี เนื้อหาคล้ายๆ ม ปลายครับ แต่ฟิสิกส์จะออกแนวฮาๆ เด๋วรู้เองครับตอนเข้าเรียน แต่ฟิสิกส์จะสอดแทรกความเข้มข้นของเนื้อหาที่ซับซ้อนเพราะมีการใช้ Different หรือการดิพที่เราคุ้นๆกัน  และ การอินทิเกรต เพื่มเข้ามา ในม.ปลาย แค่จำสูตรไปสอบ ก็ทำได้เรอะครับ แต่ลาดกระบังไม่ครับ ผมจำได้อยู่ข้อหนึ่ง ข้อแรกของวิชาฟิสิกส์ถามว่า อาจารย์คืออะไร โหฮาเลยครับ ถามไปได้ ถ้าเป็นคุณจะตอบว่าอะไรละครับเก็บไว้ในใจนะครับ แต่เด็ดกว่านั้นเพื่อนผมตอบไปว่า อาจารย์คือผู้ที่ทำให้นักศึกษามีรอยยิ้มในวันรับปรัญญาบัตร  กด LIKE ให้มันครับ คมมากมาย ทั้งๆที่คนอื่นตอบว่าประสาทความรู้ให้ศิษย์ พอไปดูโจทย์เกรียนกว่าอีกครับ แต่ยากนะครับมันบอกว่า หมีโคล่ากับหมีแพนด้ากินใบไผ่ วิ่งไล่กันเคลื่อนที่เป็นวงกลมอะไรทำนองงนี้ครับ มีหมดครับ ทรานฟอเมอร์ แฮรี่ พอตเตอร์ข้อสอบเกรียนแต่หินครับ คนสอนบอกไม่ชอบในกรอบ ชอบอยู่นอกรอบมีอยู่ครั้งหนึ่งท่านเคยเล่าให้ฟังว่าตอนสอบปริญญาเอกข้อสอบมีคำสั่งว่า ข้อสอบ 10ข้อ เลือกทำ3ข้อ แต่อาจารย์คิดนอกกรอบครับโดยเขียนกลับไปในข้อสอบว่า ข้อสอบทำ10ข้อ เลือกตรวจ3ข้อ อ้าวละซิ แมร่งๆทำไปได้ ถ้าเป็นผมข้อแรกก็ติดละ ครับ   วิชาฟิสิกส์เด็กทุกคนออกมาทำไม่ค่อยได้หรอกครับแต่ฮาซะมากกว่า ทุกคนมีเลยยิ้ม สนุกมากเรียนฟิสิกส์ เคมีก็มันครับ อาจารย์สอนดีมาก ดร สามารถเป็นผู้สอน แต่พวกผมเรียก ดร โซคูล เพราะอะไรนะหรอ ก็เพราะอาจารย์ใส่แว่นกันแดดสีดำนั่งสอนด้วยปากกากับกระดาษเท่านั้น เก่งมากครับอาจารย์ท่านนี้ แม่นมากๆ
                 สุดท้ายนะครับการเรียนปีหนึ่งท่านจะได้เรียน วิชาพื้นฐานอย่างเช่น ฟิสิกส์ เคมี แคล Eng และมีวิชาที่เพิ่มเข้ามา ได้ แก่ วัสดุ เขียนแบบ โปรแกรมมิ้ง กลศาสตร์วิศวกรรม วิชาแห่งการก่อสร้างต่างๆนาๆ
เด๋วตอนหน้าผมจะ เขียนเจาะลึกนะครับ แต่ละวิชาว่าเรียนยังไง เนื้อหาเป็นไง ขอบคุณที่เสียเวลานั่งอ่านนะครับ
                                    

วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ก้าวแรกสู่วิศวกร ตอน การจับสายรหัสและการประชุมเชียร์ V 2

                          จากความเดิมตอนที่แล้วผมได้นำเสนอ ก้าวแรกสู่วิศวกร ตอน วันรายงานตัวมาแล้วทีนี้ล่ะจะเล่าสู่กันฟังตอนต่อไปเรื่องการจับสายรหัสและการประชุมเชียร์ของวิศวะลาดกระบังว่าจะเป็นอย่างไรสำหรับนักศึกษาใหม่ที่จะต้องปฏิบัติตามกฏของ Smo Engineering หรือสโมสรนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์
                          วันรายงานตัวเสร็จแล้วละเจ้าที่เจ้าทางจ้ามันร้อนจนทำให้ลูกช้างไม่ไหวแล้วล่ะอยากจะรู้ว่าเขาเรียนหรือทำอะไรกันบ้าง ถัดจากนั้นประมาณสองสามวันคณะจะมีการจับสายรหัสเพื่อให้น้องใหม่ได้ใช้พี่รหัสเป็นสรณะทางใจหรือจะเป็นทางการเรียนก็แล้วแต่ฟังดูแล้วนี่มันศาสนาแล้วนะพี่ แหม๋ก็ศาสนาเป็นศูนย์ร่วมทางจิตใจนี่น๊า พี่รหัสจะมีหน้าที่ดูแลน้องคอยถามสารทุกข์สุขดิบและมอบตำราดีๆที่พี่ๆได้อาบน้ำร้อนมาก่อน สอนเราให้เดินรอยตามแม้ว่าพี่ๆจะปฏิบัติออกนอกลู่บ้างแต่ก็จะสอนเราในสิ่งที่เป็น อิทธิบาท 4 และสิ่งดีๆที่ให้เราภูมิใจกับสถาบันที่อุตส่าห์ฟ่าฟันผู้แข่งขันนับหมื่น แต่เดี๋ยวก่อนเว้อไปรึป่าวหมื่นคนอ่ะ ขอบอกกันตรงนี้เลยนะครับกว่าจะเข้ามาได้ด้วยวิธีรับตรงหรือแอดมิสชั่นกลางนั้นต้องใช้ความรู้ความสามารถพอสมควร ไม่ใช่จับสลากขอพรเทวดาฟ้าดิน พระอินทร์ พระสงฆ์ แหวนหลวงพ่อคอแทบหักดั่งองค์คุลีมารแหวนนิ้วคนเพื่อจะได้สำเร็จวิชา หวังจะได้โอกาสเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเฟืองซี่เล็กๆที่คอยหมุนราวกับปิดทองหลังพระ ท่านเคยได้ยินคำนี้ไหมครับว่า กว่าจะENTติดนั้นยากยิ่ง แต่การรักษาสภาพนักศึกษาไว้นั้นยากยิ่งกว่า ใช่แล้วครับมีหลายคนที่เข้ามาได้แต่เรียนไม่ไหวออกไปโดนรีไทร์ก็เยอะครับเสียดายโอกาสตรงนั้นเพราะหลายๆคนอยากจะมีส่วนร่วมในการเข้าศึกษาเข้าสู่สถาบันแห่งนี้ก็มากมายกายกองตระบองยอดเพชรเจ็ดสีมณีเจ็ดแสงเลยละครับ เรียนอะไรบ้างเหรอทำไมถึงง่ายอย่างกับปลอกกล้วยเข้าปากและโดนรีไทร์มันหมายความว่าไงล่ะ คงเป็นคำถามที่หลายๆคนต้องการคำตอบแต่ใจเย็นๆครับเดี๋ยวผมจะกล่าวตอนต่อไปแบบเจาะลึกว่าแต่ละวิชาของการเรียนวิศวกรรมศาสตร์ว่าเรียนอะไรบ้าง ทำอะไรบ้าง กว่าจะผ่านปีหนุึ่งไปได้ต้องทำยังไง
                        เล่ามายาวเลยเกี่ยวกันไหมเนี่ยก็เกริ่นไว้ก่อนนะครับว่า ถ้าจะเรียนในสาขานี้แล้วต้องตั้งใจและให้เวลากับการเรียนให้มากเพราะการอ่านหนังสือของเราต้องมีวินัย นี่มันมหาลัยนะครับไม่ใช่ม ปลาย พลาดแล้วพลาดเลยไม่มีโอกาสแก้ตัว ไม่มีคะแนนเก็บ ทำ Mapping ระบายสี ร้อยมาลัย รำวงมาตราฐาน เดินยกหนอ เหยียบหนอ ย่างหนอ นะครับ เอาละเข้าเรื่องแล้วนะจะขอบรรยายโวหารตามหลักพุทธศาสนิกชนนะครับในหัวข้อการจับสายรหัสว่า 
++สายรหัสคืออะไรคือสายดีเอ็นเอหรืออาเอ็นเอรึป่าว   ถ้าคิดถึงสายรหัสก็ลองนึกเหมือนครอบครัวนะครับว่าน้องใหม่เปรียบเสมือนลูก ปีสองเปรียบเสมือนผู้ปกครอง ปีสามเป็นตา ยาย ปีสี่เป็นทวดครับ แล้วจะมีพี่ปีแก่ที่จบไปแล้วกลับมาเยี่ยมน้องๆตลอดในวันเข้าเชียร์หรือวันลาสเชียร์ทำให้เลือดครอบครัวพระจอมเกล้ากลับมาอบอุ่นเหมือนตอนอยู่บ้านเลยละครับเดี๋ยวจะเล่าต่อนะครับเกี่ยวกับการเข้าเชียร์  ลาสเชียร์เป็นยังไง
                         การจับสายรหัสจะแบ่งเป็นห้องๆครับโดยยึดถืออักษรชื่อจริงของน้องใหม่ตามทะเบียนบ้าน เฮ้อไม่ต้องบอกกุก็ได้ว่าตามทะเบียนบ้านกุรู้หนะ ห้องหนึ่งจะมีพี่ๆทุกภาควิชาโดยน้องที่จับได้พี่คนไหนพี่คนนั้นก็จะเป็นที่ปรึกษาให้น้องได้ทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องกินถ้าไปกับพี่ อย่าคิดมากนะครับกินคือทานอาหารหนะครับ ไม่ต้องออกตังนะครับเขายึดถือตามกฏของพระจอมว่าห้ามให้น้องออกเงินแม้บาทเดียวก็ไม่ได้ พี่ต้องเป็นคนจ่ายทั้งหมดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากนั้นพี่ๆก็จะมอบตำราเรียนให้น้องเพราะน้องๆปี 1 จะต้องเรียนเหมือนกันหมดต่างกันที่บางสาขาเช่น โยธา เกษตร จะเรียน แมคคานิคเป็นข้อเขียน ส่วนภาคอื่นๆจะเป็นเลือกแต่ตอบผิดจะติดลบทำให้โหดเพิ่มขึ้นไปอีก แถมตำราที่ใช้ก็ ENG ล้วนๆ คำนวณก็ยาก ไม่รู้จะเรียนไปทำห่า ทำเหว อะไรหนักหัวตื้อหมดเลยละครับ แต่เรียนไปเรื่อยๆแมคคานิคนี้แหละครับสุดยอดของวิชาแห่งกลศาสตร์วิศวกรรมนะครับ ไม่ว่าจะเป็นสะพาน รถเครน หรือการเคลื่อนที่ต่างๆ เป็นพื้นฐานของการสร้างอุโมงค์ วิชาต่างๆของโยธา น้องๆที่เรียนโยธาถ้าไม่ผ่านวิชานี้ตั้งแต่ปีแรกก็ไม่จบสี่ปีเท่าเพื่อนะครับเพราะเป็นวิชาตัวต่อ งงไหมครับวิชาตัวต่อก็คือต้องผ่านตัวแรกถึงจะลงเรียนตัวสองได้ เอาพอประมาณก่อนครับเดี๋ยวจะหมดสนุก อิอิ ต่อกันเลยเนอะ ถึงไหนแล้วเนี่ย อ้อพอได้รู้จักกับพี่รหัสพอสมควรวัน First Cherer ก็มาถึง วัน  First Cherer ก็คือวันที่นักศึกษาใหม่จะต้องเข้ารับการฝึกร้องเพลงต่างๆของคณะที่เหล่า SMO ได้วางไว้โดยมีว๊ากเกอร์เป็นผู้ควบคุม ผมเข้าวันแรก แมร่งหยั่งกับทรมานสัตว์เลยละครับพ่อแม่พี่น้อง โดยเป็นธรรมเนียมที่สืบทอดกันมายาวนาน เพื่อฝึกความอดทนและรักสถาบันของตนโดยไม่ให้ใครมาหยามได้ การเข้าประชุมเชียร์วันแรกก็ยืนตากแดดครับ ยืนแมร่งอย่างนั้นแหละกุจะเกาก็ไม่ได้เหมือน ร ด เลยครับแต่ต่างกันที่เข้มกว่ารด เยอะมาก ไม่มีหัวเราะ ไม่มีเฮอา มีแต่ใจเท่านั้นนะครับ ใครมาก่อนก็ต้องรอเพื่อนจนกว่าคนสุดท้ายจะมาถึง โดยว๊ากเกรียนๆจะบอกว่า ไม่ต้องรีบ เพื่อนคุณรออยู่ ผมก็อุทานในใจแต่ติดใจกับไม่กล้าพูดว่า อ้าวไอนี่แล้วมรึงจะบอกกุทำซากอ้อย กล้วยตาก ซากกระเบือ เรือไททานิคล่มทำบ้า ห่าอะไรมรึง หลังจากทุกคนเข้าแถวกันเสร็จแล้ว พวกว๊ากเกรียนๆก็จะอบรมสั่งสอนให้น้องใหม่ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้องตามครรลองของสถาบันเพื่อที่จะเป็นพี่ในอนาคต
                       วันแรกของการเชียร์ทาง SMO จะมีสมุดเชียร์หน้าปกสีเลือดหมูหรือสีแดงให้คนละ 1 เล่ม แต่จะเป็นรหัส 4 ตัวท้ายที่ต่างกัน โดยแต่ละคนจะได้รหัสที่ไม่ใช่ของตน โดยมีกฏว่าให้หารหัสตนเอง เอ้าละซิงานเข้าแล้วละกุ กุจะไปรู้ได้เรอะเด็กแมร่งตั้งพันกว่าหากันจนขอบตาต้องพึ่งมอยเจอร์ไร้เทรนนิ้งก็ไม่เจอหรอก อย่าคิดมากเลยไม่เจอก็ไม่เป็นไรครับ แต่เขาฝึกให้เราตามงาน ฝึกความรับผิดชอบของเรานะครับ แถมยังมีกิจกรรมเยอะมากๆที่เขียนไม่หมดให้น้องได้ทำ ได้ตามงานและทดสอบเราว่างานแค่นี้ทำได้รึป่าว รับผิดชอบได้ไหม ถ้าไม่ได้ก็อย่าหวังจะรับผิดชอบงานที่วิศวกรจะต้องดูแลคนเป็นล้านๆๆคนเลยครับ จากนั้นว๊ากเกอร์ก็ให้พี่สองคนชายหญิงบนเวทีและพี่ปีสองที่เป็นพี่เลี้ยงยืนล้อมน้องๆกว่าพันคนและพี่ๆปีสามและปีสี่ที่ตามมาให้กำลังใจน้องๆ หวังจะให้น้องผ่านการร้องเพลงครั้งนี้ไปให้ได้ โดยเพลงที่น้องจะต้องร้องให้เป็นเพลงแรกก็คือเพลงสถาบัน ว๊ากเกอร์จะบอก เพลงสถาบัน เพลงสถาบัน หนึ่ง สอง สาม จากนั้นพวกเราก็ร้องตาม โดยเพลงจะต้องถูกทั้งวรรคตอนและทำนองเพลง และจะทดสอบเพลงตอนท้ายว่าความสามัคคีขนาดนี้จะผ่านบททดสอบที่เหล่าประธานเชียร์ตั้งไว้รึป่าว ตอนนั้นเสียงร้องมันหระหึ่มก้องไปทั่วบริเวณหอประชุมเลยละครับ ฟังแล้วขนลุกสุ้มาก ต่างช่วยกันร้องอย่างสุดชีวิตแหกปากโวยวายเหมือนแม่ค้าตลาดสดขายของกันเลยละ ในที่สุดประธานเชียร์ก็กล่าวชื่นชมและให้ผ่านเพลงนั้นไปอย่างไร้ข้อกังขา วันแรกของการเชียร์ก็จบลงด้วยดี และมีนัดครั้งต่อไปโดยเขาจะบอกว่านัดวันไหนเวลาเท่าไร แต่ส่วนมากตอนเย็นๆครับ เพราะเด็กจะติดเรียนกัน ก็เลยรอให้เขาเรียนก่อนแล้วถึงมาฝึกร้องเพลงและฝึกความอดทนกันอีกครั้ง ส่วนตัวผมแล้วมันเป็นความโชคดีทุกครั้งไม่รู้ว่านับถือบูชาดราก้อนบอลรึป่าว ตลอดที่มีการเชียร์เพราะติด LAB ทุกครั้งเลยไม่ต้องไปนั่งทรมานให้พวกว๊ากมันตะโกนใส่เหมือนตีกลองร้องทุกข์ดั่งสมัยพ่อปกครองลูกนะครับ อยากรู้ไหมครับว่าถ้าผ่านเชียร์จะได้อะไร เดี๋ยวลองอ่านต่อสักนิดแล้วจะรู้ในความหมายของการประชุมเชียร์นะครับ ผมเข้าเชียร์ไม่กี่ครั้งเลยร้องเพลงไม่ค่อยจะได้สักเท่าไร แต่วันลาสเชียร์หรือวันสุดท้ายของการเชียร์เป็นบททดสอบของนักศึกษาใหม่พันกว่าคนที่เพื่อนๆจะร่วมกันสอบเพลงที่พี่ๆสอนมาตลอดระยะเวลาเกือบสองเดือน ผมก็เข้าไปช่วยเพื่อนสอบเพลงเพื่อที่จะได้รุ่น 49 มานั้น มันไม่ง่ายเลยครับ เพราะสอบไปไม่ผ่านเยอะมาก จนทุกคนเริ่มท้อ จากนั้นพี่ๆทุกชั้นปีประมาณเกือบ สามสี่พันคนมาให้กำลังใจน้อง ยืนล้อมน้องเพื่อที่จะให้กำลังใจ กล่าวปลุกระดมเหมือนม็อบประท้วงเลยละครับ ให้น้องสู้ ช่วยกันร้องแหกปากให้ถึงหูแล้วตามด้วย มรึงรุ่นเดียวกันเอาเปรียบกันได้ไง โดยย้ำเข้าไปในหัวใจเสมอว่า "ที่นี่วิศวะลาดกระบัง ไม่ต้องการคนเห็นแก่ตัว คนเห็นแก่ได้" พี่ๆบอกและตามด้วยว๊ากตะโกน เหมือนลำโพงงานวัดปล่อยคลื่นความถี่พันวัตต์เลยละครับ โดยมีเสียงEcgoจากว๊ากต่างๆน๊าเหมือน พวกมันเคยทำงานในแกรมมี่ อาร์เอสอย่างนั้นแหละ เสร็จจากตรงนั้นพี่รหัสเราก็นำอาหารมาให้ทานโห แม่เจ้ามันเยอะไปหมดนะครับไม่ว่าจะเป็น พิสซ่า เคเอฟซี สัมตำ ไก่ยาง น้ำลายไหลละซิ เยอะมากๆครับ ผมจำได้ว่าวันลาสเชียร์เป็นวันที่ประทับใจสุดๆ ก็คือตอนที่ได้เพลงประจำรุ่นคือเพลงถื่นชงโคและการบูม 49 บูม "เฮเฮเฮ ฮาฮาฮา ฮาฮาฮา เฮเฮเฮ Who are we เทคโนโลยี ลาดกระบัง ลา" นี่คือหนึ่งบูมนะครับเขาจะปิดไฟทุกดวงแล้วจุดเทียนรอบหอประชุม ภาพวันนั้นมันสวยเหมือนหิ่งห้อย ณโฮมสเตย์ที่อัมพวาเลยละครับ พอเสร็จจากบูมก็จะ เฉลยพี่ๆที่เป็นว๊ากเกอร์ว่าพี่เค้า เรียนอะไรสาขาอะไรชื่ออะไร ตอนนี้มีฮาๆครับ จำได้ว่า เสร็จกิจกรรมประมาณตีสองตีสามแล้วละครับ ผลสุดท้ายก็ได้เกียร์ทองมาคล้องคอดั่งเป็นหัวใจของการเรียนวิศวกรรมศาสตร์ในเชิงสัญญลักษณ์

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ก้าวแรกสู่วิศวกร ตอน รายงานตัวอย่างฮา เรื่องป่วยๆร้อนๆท่ามกลามผู้คน V1

                                เขียนวาไรตี้ก็เยอะแล้ว ก๊อบเค้ามาทั้งหมด เห้อ วันนี้จะขอเขียนประสบการณ์ส่วนตัวบ้างเน้อ เอาเป็นว่าวันนี้จะขอเขียน หัวข้อเฮฮาปารต์ตี้ในมหาลัยของชีวิตนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ จะเล่าตั้งแต่ลากเหง้า เต่าตุ่นกระตุ้นด้วยยาดองของดี ลีโอ รีเจนซี่ เพ้อไปแระ ไม่พูดรำทำเพลงแล้วจะขอเสนอเพื่อเป็นประสบการณ์ดีๆของน้องๆ  ที่จะสอบเข้าในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 
                          คงไม่ต้องแนะนำตัวเยอะเน้อ ผมชื่อเต้ น๊า ตอนนี้ก็ศึกษาได้ สองขวบปีแล้ว ศึกษาอะไรนั่นหรอก็ นายช่างนักดิษฐ์มีนามว่า วิศวกรนะสิ ส่วนเมเจอร์หรือสาขา ก็ Automation หรือวิศวกรรมอัตโนมัติ สาขาใหม่ แห่งลาดกระบังนะครับ  มันคืออะไรยังไง เดี๋ยวติดตามกันนะครับ
จะขอเล่าชีวิตตอนเป็นน้องปีหนึ่งผสมผสานกับอดีต ม ปลายเพื่อความมันส์ ฮา สาธยายครับ
                         แนะนำตัวกันเสร็จแล้ว มาถึงวันการรายงานตัวการเป็นนักศึกษา เอาละซิพี่น้องพ้องเพื่อนไทยแลนด์สแตนบาย โอ้แม่เจ้าคนเยอะมาก แดดเปี้ยงเหมือนเทวดากินทุเรียนแล้วตามด้วยสุราขาวเลยละครับ กว่าจะหยิบใบรายงานตัวได้มันแน่นไปด้วยเด็กจากทั่วสารทิศและผู้ปกครอง ญาติสนิทมิตรสหายมาร่วมแสดงความยินดีกับบุตรหลานตนกันแน่นขนัดเหมือนม็อบประท้วงรัฐบาลเลยครับ ได้แล้วละกุใบรายงานตัวการเป็นนักศึกษา เป็นใบสีเหลืองๆครับ ถึงเวลาที่จะลงลายปากกาแล้วละ แหม๋ฟังดูเหมือนปากกาของท่านประธานาธิบดีที่ใช้ร่วมเซ็นสัญญาระหว่างประเทศใช่ไหมละครับ ไม่ถึงขนาดนั้นครับปากกาผมด้าม ห้า บาทก็หรูแล้วครับ แม่บอกให้ผมบรรจงเขียนหน่อย อ้าว ก็คนมันลายมือไม่สวยนี่น๊า สวยสุดผมล่ะแคนี้ หรือแม่จะเอาสวยเหมือนเครื่องปริ้นเตอร์เลยไหมละคุณแม่ (ผมอุทานไว้ในใจ ติดแต่ไม่กล้าพูดไปนะครับ) หลังจากกรอกข้อมูลเสร็จก็ติดรูปครับ เตรียมเอกสารต่างๆแล้วยืนรอคิวครับ ถ้าคุณมองจากบนที่สูงจะเห็นแถวที่เอียงตัวทำมุมกับพื้นอย่างหาค่ามุมด้วยตรีโกณได้เลยล่ะ แถวยาวมากครับ  ลองคิดดูนะครับว่าเด็กหกเจ็ดร้อยคนเนี่ยยืนรอเข้าแถวแล้วรอตรวจเอกสารมันจะนานขนาดไหน 
                         อากาศได้เปลี่ยนจากอุณภูมิสูงสู่อุณภูมิต่ำอย่างเย็นสบายให้กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายให้คลายตัวอย่างช้าๆ ท่ามกลางสถานที่รายงานตัวดั่งเขาวงกตเลยครับ วนโน้นวนนี่หลายจุดไม่ว่าจะเป็น ตรวจเอกสาร จ่ายเงินค่าเทอมของวิศวะ 17,000 นะครับ แพงใช่ไหมละครับ เป็นเพราะว่าเครื่องมือที่ใช้เรียนละครับตอนเข้า Laboratory แต่ละวิชาและค่าสาธารณูปโภคหลายอย่างครับ เดี๋ยวจะเล่าต่อในตอนหน้านะครับสำหรับ Laboratory พื้นฐานในการเรียนวิศวกรรมศาสตร์ หลังจากจ่ายเงินเสร็จก็ถ่ายรูปทำบัตรนักศึกษา และสุดท้ายก็ ลองเสื้อตัด Shop เสื้อคณะ แหวนรุ่น รวมไปถึงเครื่องแต่งกายของนักศึกษาใหม่นะครับ ยังมีเหตุการณ์ที่น่าประทับใจอีกเยอะครับติดตามได้นะครับ